กลาก หรือ Ringworm เป็นโรคผิวหนังจากเชื้อรา ไม่ใช่พยาธิอย่างที่หลายคนเข้าใจ จุดเด่นคือผิวหนังจะมีลักษณะเป็น วงกลมแดง ขอบนูน คัน และลอก มักเกิดบริเวณแขน ขา ลำตัว หรือหนังศีรษะ โดยเฉพาะในวัยรุ่นที่ชอบออกกำลังกายหรือมีเหงื่อมาก เชื้อราจะเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอับชื้น

สาเหตุของ กลาก
สาเหตุหลักมาจากเชื้อรากลุ่ม Dermatophytes ซึ่งอาศัยอยู่ในเซลล์เคราตินของผิวหนัง เส้นผม และเล็บ ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดกลาก ได้แก่
- เหงื่อออกมากหรือใส่เสื้อผ้าที่อับชื้น
- ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าขนหนู เสื้อผ้า หมวก
- สัตว์เลี้ยงบางชนิด โดยเฉพาะแมวและสุนัข ที่มีเชื้อราในขน
- ภูมิคุ้มกันอ่อนแอหรือนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ
วิธีสังเกตอาการของกลาก
- ผิวหนังขึ้นเป็น วงกลมแดงหรือชมพู ขอบนูนคัน
- ตรงกลางวงอาจซีดหรือมีสะเก็ดลอก
- หากเป็นบริเวณหนังศีรษะ อาจมีผมร่วงเป็นหย่อม
- ในบางกรณีมีตุ่มน้ำเล็ก ๆ หรือแผลแตก
วัยรุ่นที่รักการออกกำลังกายควรสังเกตผิวตัวเองเป็นประจำ โดยเฉพาะบริเวณที่มีเหงื่อหรือเสียดสี เช่น ใต้ร่มผ้า คอ หรือแขน
วิธีรักษากลากด้วยตัวเองเบื้องต้น
- ล้างทำความสะอาดผิวหนังด้วยสบู่อ่อน หลีกเลี่ยงการเกา
- ใช้ครีมหรือยาทาเชื้อราที่มีตัวยา Clotrimazole, Miconazole หรือ Ketoconazole วันละ 1–2 ครั้ง
- รักษาความสะอาดเสื้อผ้า ผ้าขนหนู และเครื่องนอน
- หลีกเลี่ยงการใช้ของร่วมกับผู้อื่น
หากรักษาด้วยตัวเองเกิน 2 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น หรือผื่นลามมากขึ้น ควรรีบ ไปพบแพทย์ผิวหนัง เพื่อรับยาต้านเชื้อราที่เหมาะสม
ประวัติและแหล่งกำเนิดของเชื้อรา
เชื้อราก่อโรคกลากมีมานานหลายร้อยปี พบในมนุษย์และสัตว์ทั่วโลก เดิมทีแพทย์เชื่อว่าเกิดจากพยาธิใต้ผิวหนัง แต่เมื่อเข้าสู่ยุคจุลชีววิทยา จึงพบว่าแท้จริงเป็นเชื้อราในสกุล Trichophyton และ Microsporum ซึ่งเติบโตได้ดีในสภาพอากาศร้อนชื้น — ลักษณะที่ตรงกับภูมิอากาศของประเทศไทย
สรุปสำหรับวัยรุ่นยุคใหม่
กลากอาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ส่งผลต่อความมั่นใจของคนรักผิวได้ไม่น้อย โดยเฉพาะวัยรุ่นที่ใส่ใจรูปลักษณ์และความสะอาด การรักษาความแห้ง สะอาด และไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกันคือหัวใจสำคัญ หากดูแลผิวดีและสังเกตอาการเร็ว กลากจะหายไวและไม่กลับมาอีก
FAQ
Q: กลากหายได้เองไหม?
A: กลากบางกรณีอาจหายได้เองหากภูมิคุ้มกันดี แต่โดยทั่วไปควรใช้ยาทาเชื้อราเพื่อป้องกันการลุกลาม
Q: สามารถแต่งหน้าหรือทาครีมปกปิดได้ไหม?
A: ไม่ควร เพราะอาจทำให้เชื้อราอับชื้นและแพร่กระจายมากขึ้น
Q: ถ้ามีสัตว์เลี้ยงในบ้าน ต้องทำอย่างไร?
A: ควรพาสัตว์ไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจเชื้อราด้วย และล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัส
Credit ufabet